<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 06:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 06:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชัย&#039;แฉมีชื่อผู้ทำโพลโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ชง&#039;เสรีรวมไทย&#039;ร้องกกต.คัานผลเลือกตั้งซ่อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 มิ.ย.53 - นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้
เมื่อค่ำของวันที่ 25 มิถุนายน 2563 มี 1 ใน 30 ชื่อ&amp;quot;ผู้ทำโพล&amp;quot; ติดต่อผมมา ชี้แจงให้ผมฟังหลายเรื่อง
1. เธอระบุว่า เธอไม่เคยให้ชื่อใคร หรือรับเงินจากใคร น่าจะมีคนเอาชื่อเธอไปใส่โดยไม่รู้ไม่เห็น
2. เธอยืนยันว่า มีบุคคลอีก 4 รายใน 30 ชื่อที่วันเลือกตั้งไม่ได้มาใช้สิทธิ์ เนื่องจากอยู่คนละจังหวัด แต่กลับปรากฏชื่อในบัญชี &amp;quot;ผู้ทำโพล&amp;quot; และเชื่อว่าคนเหล่านี้ไม่ได้รับเงินแต่อย่างใด
ผมเชื่อในความบริสุทธิ์ใจที่โทรมาเล่าเรื่องราวต่างๆ และพอสันนิษฐานได้ว่า
1. บัญชี &amp;quot;ผู้ทำโพล&amp;quot; อาจจะมีทั้งที่ &amp;quot;จ่ายจริง&amp;quot; และ &amp;quot;ใส่ชื่อเอง&amp;quot; โดยเป็นชื่อที่เอามาใส่โดยเจ้าตัวไม่รู้ เพื่อเป็น &amp;quot;บัญชีเบิก&amp;quot; ให้เต็มโควต้าที่ได้มา 30 คน
2. คนที่ถูกเอาชื่อมานี้ อาจไม่ทราบ หรือ อาจถูกญาติพี่น้องใส่ชื่อเพื่อรับประโยชน์แทน
3. สำหรับคนที่ไม่อยู่จริงในวันเลือกตั้ง น่าสนใจว่าได้มีผู้ไปใช้สิทธิแทนหรือไม่ หากปรากฏว่ามีผู้มาใช้สิทธิแทน แสดงถึง กรรมการประจำหน่วยมีปัญหา ที่ กกต.ต้องแจ้งความดำเนินคดีต่อกรรมการประจำหน่วยซึ่งต้องรับโทษสองเท่าของโทษปกติ เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้ง
แนวทางการพิสูจน์ไม่ยาก
1. ให้ผู้เสียหาย คือ ตัวแทนพรรคเสรีรวมไทย ร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งโดยหยิบยกประเด็นการรวบรวมรายชื่อคนเพื่อเตรียมการซื้อเสียงที่อ้างว่าเป็นบัญชีผู้ทำโพล และ สอบผู้มีชื่อดังกล่าวทั้ง 30 รายว่า มีใครมาจดชื่อ เก็บรวบรวมบัตรหรือให้ประโยชน์อื่นใด
2. สอบว่าบุคคลทั้ง 30 คนได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่
3. หากพบว่ามีหลายคนที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ขอให้ กกต. มีคำสั่งเปิดหีบเพื่อดูหลักฐานว่า บุคคลดังกล่าวมีผู้ไปลงชื่อใช้สิทธิแทนหรือไม่ หรือมีลายเซ็นของผู้ใช้สิทธิตรงกับลายเซ็นจริงของคนเหล่านี้หรือไม่
ผมเชื่อว่า วิธีการเหล่านี้ สำนักงาน กกต.ทราบดีแล้วว่า เป็นแนวทางที่ต้องดำเนินการ เพราะเป็นหน่วยงานที่มีประวัติการจัดการเลือกตั้งมากว่า 20 ปี และปรารถนาที่จะเห็นการเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม จึงไม่จำเป็นต้องแนะนำสิ่งใดอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69751</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)​, ชื่อผู้ทำโพล, นายสมชัย  ศรีสุทธิยากร, เลือกตั้งซ่อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef5361ab03ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 18:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชัย&#039;เหน็บรัฐบาลคิดแบบโง่ๆ!หากเป็นรัฐมนตรีจะไม่ออกมาตรการควบคุมราคาหน้ากากอนามัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.63- &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า หากผมไป โรงพยาบาล ที่เป็นแหล่งรวมของเชื้อโรคต่างๆ ผมปรารถนาจะเห็น บุคลากรทางการแพทย์ สวมหน้ากากอนามัย เพราะท่านเหล่านั้นคือกลุ่มเสี่ยงที่จะติดโรคได้มากที่สุด และยังเป็นกลุ่มที่แพร่กระจายโรคได้ให้คนไข้ที่มาตรวจได้ง่ายได้ที่สุดเช่นกัน และให้โรงพยาบาลมีจุดขายสำหรับคนที่ไปติดต่อ หากเขาไม่ได้เตรียมตัวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผมไปสนามบิน ที่ต้องขึ้นเครื่องที่มีผู้อยู่ร่วมกัน 200-300 คนในเครื่องที่มีอากาศปิดเป็นเวลานับชั่วโมง ผมอยากเห็นร้านสะดวกซื้อที่นั่น มีหน้ากากอนามัยขาย และหากเป็นไปได้ ก่อนขึ้นเครื่องทุกสายการบินมีเจลล้างมือให้ผู้โดยสารทุกคนใช้ และมีหน้ากากแจกสำหรับคนที่ยังไม่มี เพราะหนึ่งคนสามารถแพร่แก่ทุกคนบนเครื่องได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผมเข้าห้องสอนหนังสือ คงถึงเวลาที่ผู้เรียนและผู้สอนต้องสวมหน้ากาก เสียงดังฟังชัดอาจจะลดลง แต่ปลอดภัยสำหรับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้างสรรพสินค้า คงไปให้น้อยเท่าที่จำเป็น เจ้าของกิจการต้องรู้จักเพิ่มช่องทางการสั่งของทุกชนิดออนไลน์ ให้คนออกมาห้างให้น้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผมเป็นรัฐมนตรี ผมคงไม่ออกมาตรการควบคุมราคาหน้ากากอนามัย แต่ทำให้หาซื้อไม่ได้ ให้เขาขายอย่างเสรี แต่เน้นเรื่องคุณภาพ ให้แข่งกันขาย องค์การเภสัชก็อย่าไปขายถูกกว่าให้คนมาแย่งกันซื้อไปขายต่อ ขายไปเลยอันละ 10 บาท กำไรก็เอาไปแจกในโรงพยาบาล ตามขนส่งมวลชนที่คนต้องขึ้นรถขึ้นเครื่อง แต่ไม่ใช่มาแจกทีทำเนียบหรือกระทรวงเพื่อเอาหน้าไม่กี่วัน และสร้างความยากลำบากแก่คนที่ต้องเดินทางมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมคิดแบบโง่ๆได้แบบนี้แหละครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58777</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิดแบบโง่ๆ, นายสมชัย  ศรีสุทธิยากร, หน้ากากอนามัย, อดีตกกต., ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181104/image_big_5bdf00a175364.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตกกต.&#039;ขู่เล่นงานกกต.หากไม่ยื่นคำร้องยุบ 32 พรรคการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.63- นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ สมชัย ศรีสุทธิยากร ระบุว่า...
1 เมษายน 2563 ใครจะไปกับผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยคดี พรรคอนาคตใหม่ 21 ก.พ.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กกต. สามารถไปคัดคำวินิจฉัยจากศาลได้ หลังอ่านคำวินิจฉัย 15 วัน คือวันที่ 7 มีนาคม 2563 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ ดังนั้นวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2563 คือวันที่ไปติดต่อศาลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ฝ่าย กม. ควรสรุปรายงานที่ประชุม กกต. ได้ภายใน 1 สัปดาห์ คือ วันที่ 16 มีนาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ที่ประชุม กกต. ควรดำเนินการตามมาตรฐานที่ทำกับพรรคอนาคตใหม่ คือ ให้เลขา กกต. ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยไม่มีการไต่สวน ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา และไม่ให้โอกาสผู้ถูกร้องแสดงหลักฐานโต้แย้ง เนื่องจากมีข้อเท็จจริงที่ปรากฏและเป็นไปตามแนววินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. กกต.ควรสามารถลงมติส่งคำร้องยุบพรรค 32 พรรคที่มีการกู้และยืมปรากฏในงบการเงินปี 2561 ได้ภายใน 15 วันตามระยะเวลาที่ดำเนินการกับพรรคอนาคตใหม่ คือภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. หากวันที่ 1 เมษายน 2563 กกต.ยังไม่มีการยื่นคำร้อง ต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ยุบพรรคการเมือง 32 พรรคที่ทำผิด พรป.พรรคการเมืองตามแนวที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ขอเชิญชวนประชาชนที่เห็นว่า กกต.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และจงใจกระทำการที่ขัดกับกฎหมาย ไปร่วมยื่นคำร้องกับผมที่ ปปช. เพื่อไต่สวนและดำเนินคดีกับ กกต.ได้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. หากที่ประชุม ปปช.มีมติให้ไต่สวน กกต.ทั้ง 7 คน ต้องยุติปฏิบัติหน้าที่ครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58122</URL_LINK>
                <HASHTAG>32 พรรคการเมือง, นายสมชัย  ศรีสุทธิยากร, ยุบอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cbfe7d7b7f07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชัย&#039;อารมณ์ดีกอดคอ&#039;วีระ-วัฒนา&#039;ชวนกันจัดงานใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.63-นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊ก Somchai Srisutthiyakorn พร้อมภาพกอดคอนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน และนายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทยระบุว่า งานสังสรรค์ สวนกุหลาบ 49 ปีที่รู้จักกัน เมื่อคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมชัย &amp;quot;เฮ้ย มีงานใหญ่ ใครจะช่วยกันบ้าง&amp;quot;
วัฒนา &amp;quot;กู กูเอาด้วย&amp;quot;
วีระ &amp;quot;กูเอาด้วย งานไรวะ&amp;quot;
สมชัย &amp;quot;ปีหน้า ครบ 50 ปี ที่เข้าโรงเรียน จัดงานใหญ่ว่ะ มาช่วยกันนะ&amp;quot;
#เพื่อนกันตลอดไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57935</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวัฒนา เมืองสุข, นายวีระ สมความคิด, นายสมชัย  ศรีสุทธิยากร, โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e5220e508919.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หรือว่าลับลวงพราง!&#039;สมชัย&#039;เปิดรายชื่อ18 พรรคการเมืองกู้เงิน ไร้เงาพรรคใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.63 - นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง พรรคการเมืองกู้เงินไม่ได้จริงหรือ (ตอนที่ 2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมค้างไว้เมื่อวานว่า หากจะยึด พรป.พรรคการเมืองใหม่ แล้วบอกว่าพรรคการเมืองไม่สามารถกู้ยืมเงินเพื่อนำมาใช้ในกิจกรรมทางการเมืองได้ตามตรรกะการลงมติของ กกต.ชุดปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคไหนกู้ ถือว่าผิด กม.ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ต้องตัดสิทธิการเมือง ต้องโทษอาญาจำคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะกู้ 1,000 บาท 1 ล้าน หรือ กู้ 100 ล้าน แปลว่า กู้เหมือนกัน เหมือนลอกข้อสอบจะข้อเดียวหรือสิบข้อ จับได้ก็ต้องปรับตกไม่มีข้อยกเว้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า นอกจากพรรคอนาคตใหม่ยังมีพรรคการเมืองอื่นกู้ยืมเงินอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเอกสารงบการเงิน ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ที่พรรคการเมืองทุกพรรคนำส่ง กกต. ภายในเดือน พฤษภาคม 2562 มีพรรคการเมืองถึง18 พรรค (รวม อนาคตใหม่) ที่ปรากฏรายการเงินกู้ในเอกสารงบการเงินดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. พรรคพลังศรัทธา มีรายการเงินกู้ระยะสั้น 300,000 บาท
2. พรรคพลังชาติไทย เงินกู้ระยะสั้น 113,988 บาท
3. พรรคไทยธรรม เงินกู้จากหัวหน้าพรรค 1,000 บาท
4. พรรครวมพลังประชาชาติไทย เงินกู้จากบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 5,000,000 บาท
5. พรรครวมใจไทย เงินกู้ยืมระยะสั้น 45,697.86 บาท
6. พรรคอนาคตใหม่ เงินกู้จากหัวหน้าพรรค 161,200,000 บาท
7. พรรคเพื่อสหกรณ์ไทย เงินกู้ยืมระยะสั้น 226,000 บาท
8. พรรคพลังไทยรักชาติ เงินกู้ยืมหัวหน้าพรรค 85,000 บาท
9. พรรคเมืองไทยของเรา เงินกู้ยืมระยะสั้น 542,750 บาท
10. พรรคเพื่อชีวิตใหม่ เงินกู้ยืมระยะยาว 50,000 บาท
11. พรรคเงินเดือนประชาชน เงินกู้ยืมจากกรรมการ 822,183.70 บาท
12. พรรคไทรักธรรม เงินกู้ยืม กรรมการบริหารพรรค 4,376,000 บาท
13. พรรคพลังประชาธิปไตย เงินยืมจากหัวหน้าพรรค 5,584,290 บาท
14. พรรคครูไทยเพื่อประชาชน เงินกู้ยืม 542,125 บาท
15. พรรคพลังท้องถิ่นไท เงินกู้ยืมระยะสั้น 1,427,000 บาท
16. พรรคไทยรักษาชาติ เงินยืมจากหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค 1,738,868.92 บาท
17. พรรคประชาธิปไตยใหม่ เงินกู้ยืมระยะสั้น 4,216,600 บาท
18. พรรคชาติพัฒนา เงินกู้ยืม 2,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้ ถือเป็น &amp;quot;ความปรากฏ&amp;quot; ที่นายทะเบียนต้องรับรู้ และหากพบว่าเป็นความผิดต้องชงเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อมีมติดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่มีพรรคการเมืองอย่างน้อย 4 พรรค กู้เงิน &amp;quot;ปรากฏ&amp;quot;ในเอกสารงบการเงินปี 2556 และเหตุการณ์ที่มีพรรคอีก 17 พรรค &amp;quot;ปรากฏ&amp;quot;ในเอกสารงบการเงินปี 2561 นั้น มีนายทะเบียนพรรคการเมืองคนละคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากการกู้ทั้งสองเหตุการณ์เป็นความผิด และมีการปล่อยปละละเลย นายทะเบียนต้องรับผิดชอบเป็นอันดับแรก
และ กรรมการการเลือกตั้งอาจต้องร่วมรับผิดในฐานะไม่กำกับดูแลงานให้เป็นไปอย่างถูกต้องด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากบอกว่า ไม่ผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีชงเรื่อง เงินกู้อนาคตใหม่ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่อันมิชอบของนายทะเบียนพรรคการเมือง และ กกต. 5 ใน 7 ที่ลงมติส่งฟ้องยุบพรรคต่อศาลรัฐธรรมนูญ คงต้องรับผิดชอบต่อมติที่ตนเองลงด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2557 นายทะเบียนพรรคการเมือง ชื่อ ศุภชัย สมเจริญ ปัจจุบันเป็น รองประธานวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ปี 2562 นายทะเบียนชื่อ จรุงวิทย์ ภุมมา ปัจจุบันเป็นเลขาธิการ กกต. และสำรองสมาชิกวุฒิสภาอันดับที่ 8
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54523</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมชัย  ศรีสุทธิยากร, พรรคการเมืองกู้เงิน, อดีตกกต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1d6e0859867.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2020 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2020 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชัย’ จ่อเสนอแก้รธน. มาตรา256 เปิดทางตั้ง ‘สสร.‘ ย้ำอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากเฟซบุ๊ค สมชัย ศรีสุทธิยากร

12ม.ค.63 ที่สวนวชิรเบญจทัศ(สวนรถไฟ) จตุจักร กทม. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร รองประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุม กมธ.ศึกษาฯ สัปดาห์นี้จะประชุมในวันที่ 14 ม.ค. และวันที่ 17 ม.ค.โดยจะยังคงอยู่ในวาระที่ให้แต่ละฝ่ายเสนอความเห็นและท่าทีเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือที่เรียกว่าสนทนาธรรมเพื่อให้ได้ข้อมูลและข้อเท็จจริงสำหรับนำมาพิจารณาให้มากที่สุด ถึงเวลาแล้วที่ทางกมธ.ศึกษาฯ จะต้องกำหนดแผนงานและขั้นตอนที่ชัดเจน เพราะมีเวลาในการทำงาน 120 วัน

นายสมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนตัวคิดว่าขณะนี้ในกมธ.ศึกษาฯ มีความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไข
รัฐธรรมนูญหลายแนวทาง เช่น การเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำงานขึ้น

และการแก้ไขมาตรา 256 พร้อมกับให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่ไม่เกี่ยวกับ 256 แต่ส่วนตัวคิดว่าจะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาถึงความเป็นได้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อตั้งส.ส.ร. เพราะเห็นว่าจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนมากที่สุด

&amp;quot;การแก้รัฐธรรมนูญจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเปิดประตูเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 รวมทั้งจะต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เพราะต้องยอมรับว่า มีบางฝ่าย

ยังไม่ไว้วางใจว่าเมื่อแก้รัฐธรรมนูญจะมีการแก้ไขในประเด็นใดบ้าง ดังนั้นจำเป็นต้องสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้น&amp;quot; นายสมชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54354</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ, นายสมชัย  ศรีสุทธิยากร, วิ่งไล่ลุง, สสร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200112/image_big_5e1aaf675ace6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 17:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กษิต -สมชัย -โคทม&#039;รวมตัวไม่เอารธน. คิ๊กออฟเปิดทางแก้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 13.30 น. ที่พุทธสถานเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่&amp;nbsp; มีการจัดงาน&amp;rdquo;จินตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ ประเทศไทยแบบไหน ที่เราอยากอยู่ร่วมกัน&amp;rdquo; โดยมีนายกษิต ภิรมย์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายโคทม อารียา ผอ.ศูนย์ ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล&amp;nbsp; ร่วมเสวนา ทั้งนี้การจัดเสวนาดังกล่าวเป็นไปตามแคมเปญรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามที่พรรคอนาคตใหม่ได้แสดงความตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้ง

นายกษิต กล่าวว่า ปัญหาของการเมืองไทย ตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. 2475 ที่ต้องการเป็นสังคมประชาธิไตย แบบเสรีนิยม คือ ทัศนคติ และค่านิยมของสังคมไทย ในเรื่องอำนาจนิยม และระบบอุปถัมภ์ ที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งคนไทยมีสถานะเป็นราษฎร เป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา จึงมีความเกรงกลัวต่อผู้มีอำนาจ วาสนา บารมี และเงินทอง ทำให้มีระบบอุปถัมภ์ขึ้นมา และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองและผู้ใต้ปกครองเป็นลักษณะส่วนตัว ความเท่าเทียมกันต่อหน้ากฎหมาย จึงถูกทำให้อ่อนลงไป เพราะเราสามารถเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม แต่สังคมประชาธิปไตยต้องใช้กฎหมายเป็นตัวตั้ง แต่ก็ไปต่อไม่ได้เพราะถูกทำลายโดยค่านิยมแบบดั้งเดิม ประเด็นถัดมา คือ ความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันหลักสี่ประการ ได้แก่ ชาติ ศาสน กษัตริย์ และหลัก นิติธรรมนิติรัฐ ว่าประชาชนชาวไทยมีความเข้าใจเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน รวมทั้งความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของสังคมไทย ในเมื่อไม่มีใครกล้าจะพูดความจริงแม้แต่ตัว นายกรัฐมนตรี

&amp;ldquo;ผมเป็นคนหนึ่งที่คัดค้านรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะกรณีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองโดยที่ไม่ต้องเป็น ส.ส. เช่นเดียวกับการให้ผู้นำเหล่าทัพมีตำแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งไม่มีที่ไหนในโลกที่ให้ข้าราชการประจำ มีตำแหน่งในสภา&amp;rdquo; นายกษิต ระบุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;

เขากล่าวต่อว่า สิ่งที่ประเทศเยอรมันและญี่ปุ่นระบุเหมือนกันในรัฐธรรมนูญ คือ 1.ต้องเป็นสังคมประชาธิปไตย เป็นอื่นไม่ได้ 2.ฉีกรัฐธรรมนูญไม่ได้ 3.เน้นที่ สิทธิ และความรับผิดชอบของทุกชนชั้น 4.การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของภาครัฐอย่างโปร่งใส 5.เป็นรัฐเดียวโดยแบ่งแยกไม่ได้ หรืออย่างในสวิตเซอร์แลนด์ จะมีการทำประชามติปีละ 3-4 ครั้งในประเด็นใหญ่ๆ โดยรัฐบาลจะต้องแจ้งให้ประชาชนทราบก่อน 3 เดือน พร้อทั้งมีการนำเสนออย่างกว้างขวาง และมีการดีเบตออกสื่อ ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ช่วยประกอบการตัดสินใจของประชาชน

&amp;ldquo;ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของเรา ต้องมีประเด็นเหล่านี้ใส่ไปให้ครบ เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ใช่คู่มือในการบริหารราชการ อย่างรัฐธรรมนูญปี 60 นั้น เป็นคู่มือการบริหารราชการทำเหมือนว่า คนที่มาเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องปัญญาทึบ อย่างยิ่ง ถึงมีการกำหนดว่า จะต้องทำอะไรต่อไปในอนาคต แต่ต้องมาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน การจะดึงดันไม่ว่าจะใช้รถถังหรือ เสียงข้างมากในรัฐสภานั้นก็เป็นเผด็จการพอๆกัน&amp;rdquo;

นายกษิต กล่าวตอนหนึ่งด้วยว่า ตอนที่เลือกแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ นั้น ไม่ได้มาจากการเลือกโดยสมาชิกพรรคทั่วประเทศ แต่เป็นการเลือกจาก อดีต ส.ส. และอดีตรัฐมนตรี ภายในพรรครวมๆ กันประมาณ 300 กว่าคน ซึ่งยิ่งใครมีอำนาจและเงินทอง มากก็จะมีสิทธิ์มีเสียงมากหน่อย ซึ่งวิธีการดังกล่าวก็ไม่ใช่วิธีการที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ซึ่งหัวใจสำคัญอีกข้อหนึ่งคือ การทำให้พรรคการเมืองเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงด้วยเช่นกัน

นายสมชัย กล่าวว่า ความขัดแย้งในประเทศไทย เกิดมาจากประการแรกคือ นักการเมืองชี้นำประชาชน ประการต่อมาคือ ชนชั้นนำในสังคม ใช้ข้ออ้าง ในการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ที่นำไปสู่ความขัดแย้ง จนทำให้ประชาชนเข้าสู่ความขัดแย้งด้วย ขณะที่ประชาชนเอง ก็มีความมุ่งมั่นที่จะเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป&amp;nbsp; แม้จะเป็นเรื่องที่ดี แต่เราต้องรู้ทันการเมืองด้วย ประการต่อมา คือ เทคโนโลยี การแพร่กระจายของข่าวสาร รวมทั้งระบบอัลกอริธึ่มในการกลั่นกรองข้อมูลให้กับเรา โดยเฉพาะข้อมูลซ้ำๆ สิ่งสำคัญคือ นักการเมืองต้องรับฟังความเห็นจากฝ่ายตรงข้าม ในส่วนของชนชั้นนำนั้นคงเปลี่ยนแปลงยาก แต่ในส่วนของประชาชน นั้นต้องมีการกลั่นกรองข้อมูล รับฟังฝ่ายอื่น ในมุมที่กว้างขึ้น เพื่อให้รู้ว่าข้อมูลข่าวสารไม่ได้มีซีกเดียว ในส่วนของเทคโนโลยีนั้น เราไม่สามารถไปแตะต้องได้ แต่เราสามารถรู้ทันมันได้

เขากล่าวต่อว่า เมื่อมีการพูดถึงการแก้รัฐธรรมนูญ ฝ่ายที่เห็นตรงข้ามก็จะบอกว่า ต้องแก้ปัญหาปากท้องก่อน แต่ตนบอกเลยว่า หากจะแก้ปัญหาปากท้อง ต้องแก้รัฐธรรมนูญก่อน เพื่อให้ระบบการเมืองอยู่บนฐานประโยชน์ประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ทำให้คนกลุ่มนึงอยู่ในอำนาจต่อไป ทั้งที่อยู่มาแล้ว 5 ปี ประเด็นต่อมาคือ รัฐธณรมนูยต้องเอื้อให้ระบบราชการ สามารภทำงานได้โดยสะดวก หากรัฐธรรมนูญยังระบุให้เป็นการทำงานแบบเดิมๆ โดยที่ภาพราชการต้องคิด และทำด้วยนั้ ย่อมไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นได้&amp;nbsp; เช่นเดียวกับการสร้างการตรวจสอบถ่วงดุลผู้มีอำนาจได้ โดยทุกภาคส่วน ทั้งจากรัฐสภา ทั้ง ส.ส. ในสว่นของ ส.ว.นั้น หากเขาบอกว่าจะช่วยตรวจสอบถ่วงดุลนั้น ไม่ต้องไปเชื่อเขา เพราะล่าสุดวันแถลงนโยบายรัฐบาล พวกเขายังหารือกันอยู่เลย ว่าจะเชียร์รัฐบาลนี้อย่างไร ประการต่อมา คือ องค์กรอิสระ ที่ต้องหาบุคลากรดีๆเข้าไปทำงาน และประการสุดท้ายคือภาคประชาชน ในการร่วมกันกำกับดูแล

นายโคทม กล่าวว่า ในสถานการณ์แบบนี้ประเทศไทยมีแต่บอบช้ำ ซึ่งในช่วงที่ คสช.บอกว่าเราต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้พ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งยังทำได้ไม่ไกลนักแม้การเติบโตทางเศรษฐกิจของเราจะโตที่ 3% แต่เราก็เป็นที่สุดท้ายของอาเซียน ขณะที่ช่องว่างระหว่างรายได้ และการถือครองทรัพย์สินของคนจนและคนรวยก็ยังมากอยู่ดี หากเราไม่รวบรสวมทรัพยากรจากคนทุกชนชั้น มาร่วมขับเคลื่อน เราก็ยังคงติดขัดอยู่อย่างนี้ นอกจากนี้ยังมีกับดักทางการเมือง อย่างการตั้ง ส.ว. ที่ต้องทำหน้าที่ตัดสินใจแทนปวงชนชาวไทย แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่การตัดสินจะมีคุณภาพ โดยไม่ติดกับชุดความคิดแบบราชการ ซึ่งการแบ่งขั้ว ท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนจะเสียประโยชน์ และผุ้ที่ได้ประโยชน์คือ ผู้ที่อยากจะคงสถานะอำนาจของตนไว้ ทั้งอำนาจการเมือง อำนาจการประกอบธุรกิจ และการควบคุมประชาชนผ่านระบบราชการ

นายโคทม กล่าวต่อว่า กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องมีความงดงาม ตั้งแต่การเริ่มต้น ตอนกลาง และตอนปลาย ก่อนอื่นต้องคิดกว้างๆก่อน นั่นคือ ตนอยากเห็นอำนาจจรัฐมาจากมนุษย์ ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือเทพเจ้า เพราะผมเชื่อว่า มนุษย์มีความดีเป็นพื้นฐาน และผมคาดหวังว่า รัฐธรรมนูญจะช่วยปลูกฝังประชาธิปไตยที่มีปัญญาญาณ ช่วยสร้างสังคมเกื้อกูลกัน ส่งเสริมความคิดใหม่ๆ การแข่งขันเสรี ที่ไม่เอาเปรียบกัน โดยในช่วงเริ่มนั้นขอให้เป็นไปอย่างช้าๆ โดยมีอนุกรรมการสื่อสารกับสังคม ว่าชอบหรือไม่ชอบ ส่วนไหนในรัฐธรรมนูญที่กำลังจะร่าง ขณะเดียวกันทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านต้องมีการหารือร่วมกันถึงประเด็นดังกล่าว ขณะที่ฝ่ายธุรกิจและภาคประชาสังคม นั้นต้องมีส่วนร่วมที่พอดี ไม่ใช่การลากจูงไปในทางหนึ่งทางใด&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42683</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคอนาคตใหม่, กษิต ภิรมย์, การแก้รัฐธรรมนูญ, นายสมชัย  ศรีสุทธิยากร, โคทม อารียา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190804/image_big_5d46b77bcf5d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
